เทคนิคการปั่นจักรยานลงเขา

Posted by ชุดปั่นจักรยาน 28/07/2016 0 Comment(s)

 

 

 

 

เทคนิคการการปั่นจักรยานลงเขา

 

 

 

 

 

 

 

แรงโน้มถ่วงมันดี ต่อเมื่อคุณรู้จักวิธีใช้มัน  และนี่คือหกเทคนิคที่จะช่วยให้การขี่ลงเขาของคุณนั้นปลอดภัยกว่าที่เคย

 

 

 

เพิ่มทักษะการขี่ลงเขาของคุณซะ

 

 

 

ทักษะการขี่ลงเขานั้นเป็นทักษะการปั่นจักรยานที่จำเป็นมาก –  นอกจากมันจะช่วยคุณให้ตามคนอื่นทันในยามที่ปั่นลงเขากับเพื่อนของๆคุณแล้ว  ยังช่วยให้คุณปั่นลงได้อย่างปลอดภัยเมื่อเจอกับทางที่มีความชันมากหรือทางที่คดเคี้ยวไปมา  และนี่คือสิ่งแรกเลยที่คุณต้องฝึกไม่ว่าทางที่ปั่นลงจะเป็นเป็นเช่นใดก็แล้วแต่  การที่มีทักษะการปั่นลงเขาย่อมดีกว่าไม่มี

 

 

 

 

 

ปรับท่าขี่ของคุณ

“ข้อผิดพลาดอันใหญ่หลวงที่ผมมักจะพบเห็นตลอดสำหรับนักปั่นจักรยานยามขี่ลงเขาคือ การที่ท่าปั่นของพวกเขานั้นไม่เป็นธรรมชาติ  ยิ่งแล้วใหญ่เลยคือ บางครั้งท่าทางของพวกเขามันดูเก้ๆ กังๆ หรือดูฝืนๆ  คุณจะไม่สามารถควบคุมจักรยานคุณให้ทำในสิ่งต่างๆ ได้เลยถ้าตัวคุณแข็งทื่อแบบนั้น” ลี แมคคอร์แมค ผู้เขียนหนังสือ Mastering Mountain Bike Skills และหนังสืออื่นๆ เกี่ยวกับการคอนโทรลรถจักรยานได้ให้ความเห็นไว้ 

 

 

 

“นั่งไปทางด้านหลังและคุมระดับลำตัว”  ลียังบอกเพิ่มเติมอีกว่า  ให้นึกถึงภาพเวลาที่คุณทำเดดลิพท์  ใช้กล้ามเนื้อบั้นท้ายในการประคองตัวของคุณไว้  ไม่ใช่ใช้กล้ามเนื้อส่วนขาด้านหน้า  “น้ำหนักตัวของคุณควรลงไปที่เท้าและในส่วนของมือคุณไม่ควรจะรู้สึกถึงน้ำหนัก”  การที่คุณนั่งในลักษณะเช่นนี้จะทำให้คุณขี่จักรยานได้อย่างดีขึ้น

 

 

 

 

 

เลิกเครียดและวิตกกังวล

 

 

 

มันดีนะที่คุณจะตื่นตัวและระวังถึงอันตรายในยามที่คุณลงเขา – แต่ถ้าหากคุณวิตกมากจนเกินไปจนส่งผลต่อจิตใจคุณ  เมื่อนั้นมันก็เริ่มเป็นปัญหาแล้ว,  โค้ชและนักจิตวิทยาที่แคลิฟอเนียร์ เจสสี่ มัวร์ ได้พูดไว้  “ฉันไม่รู้ว่าประชดจะเป็นคำที่ถูกต้องรึเปล่า  แต่การที่คุณเครียดและพยายามโฟกัสว่าสิ่งต่างๆ มันจะผิดพลาดนั่นแหละที่จะดึงดูดให้เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นกับตัวนักปั่น”

 

 

 

ยกตัวอย่างสถาณการณ์ : คุณมักจะขับตรงตามระดับสายตาที่มองทาง  ดังนั้นแล้วถ้าเกิดคุณเห็นหลุม  คุณก็มักจะขับผ่านหลุม

 

 

 

วิธีแก้ไข :  สูดหายใจลึกๆ ก่อนที่คุณจะขี่ลง  ขี่ด้วยความสบายใจและจำไว้ว่าคุณควรจะรู้สึกสนุกไปกับมัน  “ถ้าคุณอยากเครียด  ผมแนะนำว่าไปออฟฟิศดีกว่าที่นั่นมันมีพร้อมเลย”

ถ้าคุณรู้สึกว่ายังมีอาการตื่นตระหนกยามต้องปั่นลงเขา  ให้พยายามหลีกเลี่ยงการลงเขาที่ชันมากๆ  พยายามเลือกที่ความชันน้อยๆ ยามฝึก  และคุณอาจจะหาตัวช่วยเพิ่มเติม เช่น ผู้ฝึกสอนที่สามารถช่วยคุณเพิ่มเติมในการฝึก, ลีได้ให้คำแนะนำไว้  นอกจากนี้หากอาการคุณยังไม่ดีขึ้น  การพิจารณาพบจิตแพทย์ก็เป็นทางออกที่ไม่เลว

 

 

 

 

 

ระมัดระวัง

 

 

 

ถ้าคุณขี่แบบถูกต้องแล้วล่ะก็  ไม่ว่าจะเป็นทางแบบใดหรืออุปสรรคไหนๆ ก็ไม่อาจทำอะไรคุณได้  ลีให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “ถ้าคุณเจอสิ่งกีดขวางบนทางปั่นโดยที่คุณไม่รู้ด้วยซ้ำ  นั่นเป็นความผิดพลาดของคุณเองและตัวคุณเองที่ต้องรับผิดชอบ  เวลาที่คุณขี่ลงความเร็วที่คุณใช้ควรเป็นความเร็วที่วิสัยทัศน์ของคุณยังโอเค”  นั่นหมายความว่าถ้าสมองของคุณไม่อาจประมวลผลได้ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางปั่น  เมื่อนั้นคุณต้องเริ่มลดความเร็วลง

 

 

 

และถ้าคุณอยากจะขี่ให้เร็วขึ้นแล้วล่ะก็  อย่าปั่นให้เร็วขึ้น  แต่ให้ฝึกมองไปข้างหน้าให้ไกลขึ้นแทน  ยิ่งคุณมองไปข้างหน้าได้ไกลขึ้นมากเท่าไร  มองเห็นสิ่งต่างๆมากขึ้นเท่าไร  คุณก็จะขี่ได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เบรคให้เร็วขึ้นแต่อย่าเบรคบ่อย

 

 

 

การเบรคไม่ใช่แค่ส่งผลต่อแขนและมือของคุณเท่านั้น  มันยังมีผลกระทบต่อเบรคของคุณโดยตรงอีกด้วย  เพราะว่ามันทำการเปลี่ยนเส้นทางการไหลของแรงที่มาจากล้อจักรยาน   “เมื่อคุณเบรกให้เบรกเน้น แล้วปล่อย ต่อจากนั้นให้แรงส่งจักรยานคุณไปยังทางที่ขี่ลงเอง”

 

 

 

สำหรับการขี่บนถนนก็ใช้หลักการเช่นเดียวกัน  “ตั้งความเร็วที่เราต้องการไว้ก่อนที่เราจะทำการเลี้ยวเป็นการฝึกที่ดีที่สุด”   แต่ถ้าคุณเข้าโค้งด้วยความเร็วที่มากเกินไปแล้วนั้น  ให้เบรกเบาๆ โดยใช้เบรคหลังและอย่าบีบเบรค เพราะจะทำให้รถไถล  สำหรับสถานการณ์ที่จะต้องเบรคแบบฉุกเฉินนั้น  จักรยานตั้งตรงจะดีกว่า(นั่นหมายความว่าช่วงหลุดออกจากโค้ง)  และให้ใช้เบรคทั้งสองอันเพื่อที่จะลดความเร็วลง” มัวร์ให้ไอเดียไว้คร่าวๆ

 

 

 

 

 

โน้มไปตามโค้ง

 

 

 

เมื่อพูดถึงการเอียงตามโค้ง  ถ้าอยากจะรู้ถึงความรู้สึกว่าจะต้องทำอย่างไรนั้น, ลีได้เสนอแนะว่า  ให้จับตรงที่นั่งจักรยานและเดินลงถนน  ลองดันจักรยานไปด้านขวาและอย่าจับแฮนด์  จะพบว่าจักรยานทั้งคันจะเอียงโน้มไปทางขวาเหมือนกัน    เวลาที่คุณเข้าโค้งนั้นก็เป็นไปในลักษณะเดียวกัน  และนี่เป็นการดีที่สุดที่จะผ่านโค้งยากๆ – โดยการเปลี่ยนตำแหน่งน้ำหนักคุณ  ไม่ใช่การที่คุณพยายามฝืนแฮนด์จักรยาน  “ใช้สะโพกคุณให้มากขึ้นสิ”  ลีกล่าวเพิ่มเติม

 

 

 

ถ้าคุณกลัวว่าหากโน้มเอียงมากเกินไปแล้วจะล้ม ผมจะบอกให้ ลีพูด “นั่นหมายความว่าคุณต้องโน้มมากกว่าคนทั่วไปมาก  ถึงจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้” คุณไว้ใจลีได้  เค้ามีประสบการณ์ในการสอนนักปั่นมากกว่า 5000 คนในการปั่นลงเขา  อย่างไรก็ดีเพื่อที่จะให้แน่ใจได้ว่าแป้นปั่นด้านในโค้งจะไม่สัมผัสกับพื้นนั้น  ให้จัดตำแหน่งมันมาอยู่ที่ 12 นาฬิกาจะเป็นการดี

 

 

 

 

 

ตามลีดเดอร์

 

 

 

ไม่มีใครหรอกที่จะบอกคุณว่าจะต้องปั่นลงเขาด้วยความเร็วสูง  แต่ถ้าหากคุณอยากที่จะปั่นลงให้เร็วขึ้นนั้น  การขี่กับเพื่อนที่ปั่นได้เร็วเป็นทางออกที่ดี  “ดูไลน์ที่เค้าปั่นและลักษณะท่าทางการปั่นที่เค้าเข้าโค้ง  และพยายามทำในแบบเดียวกัน” มัวร์กล่าว “มันสุดๆ ไปเลยเมื่อคุณสามารถขี่ได้แบบคนข้างคุณและเมื่อคุณเห็นเค้าทำได้อย่างยอดเยี่ยม  เราก็มีความมั่นใจขึ้นว่าเราก็จะทำได้เช่นกัน”

 

 

 

เตรียมชุดปั่นจักรยานแล้วลุยลงเขากันเถอะ

 

 

 

 

Leave a Comment